Hotmail โดน block แก้ยังไง ? ทําไม hotmail ถูกบล็อก ?

Hotmail โดน block แก้ยังไง ? ทําไม hotmail ถูกบล็อก ?

นี่คงเป็นปัญหาสำหรับหลายๆคนในตอนนี้ บางคนใช้อีเมล์นี้มานานมาก มีรายชื่อผู้ติดต่อที่สำคัญๆเต็มไปหมดจะทำอย่างไรดี
 

การกู้อีเมล์ Hotmail ที่ถูก block คืน ให้ทำตามขั้นตอนดังนี้

  • เข้าอินเตอร์เน็ต ตามนี้   https://windowslivehelp.com/PasswordReset.aspx
  • อ่านรายละเอียด แล้วคลิก “ปุ่มดำเนินการต่อ” เพื่อดำเนินการต่อ ( มี 2 Page )
  • พิมพ์อีเมล์ที่ต้องการกู้คืน  แล้วคลิก “ปุ่มดำเนินการต่อ”
  • จะมีคำถามให้กรอกรายละเอียดเกี่ยวกับตัวคุณ (เพื่อยืนยันว่าคุณคือเจ้าของอีเมล์จริงๆ)  พยายามตอบให้ได้มากที่สุด  เช่น
  • ชื่อเต็ม  (ต้องเป็นชื่อที่คุณใช้สมัครอีเมล์ : เพราะมีหลายท่านไม่ใช้ชื่อจริง)
  • วันเดือนปีเกิด
  • IP Adress ของเครื่องที่คุณใช้งานอีเมล์นั้นเป็นประจำ
  • อีเมล์สำรอง  (ต้องมีอีเมล์อื่นที่คุณสามารถใช้ได้ในตอนนี้  Hotmail จะติดต่อคุณผ่านอีเมล์นี้)
  • วันล่าสุดที่คุณเข้าใช้อีเมล์ได้
  • ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตที่คุณใช้
  • ชื่อของโฟลเดอร์ที่คุณสร้างไว้
  • ชื่อของรายชื่อในสมุดที่คุณบันทึกไว้  (สามารถบอกชื่ออีเมล์ต่างๆ ที่คุณบันทึกไว้)
  • เรื่องของจดหมายเก่าๆ ที่อยู่ในกล่องจดหมายของคุณ
  • ชื่อที่ใช้ในการติดต่อ MSN
  • ในกรณีที่ผู้ใดซื้อบริการพิเศษ เพิ่มเติมจากการให้ บริการของ Hotmail  จะมี ให้กรอกวันหมดอายุของบัตรเครดิตที่คุณเคยใช้ จ่ายเงินให้Hotmail  หรือ เลขท้าย 4 ตัวของบัตร

 

  • เมื่อกรอกข้อมูลเสร็จแล้ว  จะมีหน้าบอกรหัส(พิน) ต้องจำเลขรหัสให้ดี  เพราะจะบอกแค่ครั้งนี้ครั้งเดียว

  • ไปที่ห้องสนทนากับHotmail ที่  https://windowslivehelp.com/LiveIDTempAuth.aspx?id=98ee8e85-17b9-4940-ac22-d7224b1de20a

  • คลิกเข้าไปแล้วจะพบห้องสนทนา  สามารถพิมพ์รายละเอียดเพิ่มเติม  (สิ่งที่สามารถยืนยันได้ว่าคุณเป็นเจ้าของเมล์  เช่น มีอัลบั้มรูปชื่ออะไรบ้าง    สร้างกรุ้ปเมล์อะไรไว้บ้าง)

  • รอเจ้าหน้าที่ Hotmail ตอบ (ภายใน 24 ชม.)  เราสามารถเข้ามาตรวจคำตอบของเจ้าหน้าที่ด้วยวิธี ตามขั้นตอนที่ 6 คือ เข้าไปในห้องสนทนา ด้วยรหัส(พิน) ที่เคยได้รับ  (ดังนั้นต้องจำพิน ตามขั้นตอนที่ 5 ให้ได้)

พอลองเข้าเมล์  ก็จะมีแจ้งว่ากรุณาเปลี่ยนรหัสใหม่ เราก็พิมพ์รหัสใหม่ตามต้องการ  พิมพ์รหัสยืนย้ำซ้ำอีกครั้ง  ก็จะกลับไปที่หน้าล๊อกอินเข้าเมล์เหมือนเดิม  คราวนี้เข้าอีเมล์ด้วยรหัสใหม่

ทำตามนี้รับรอง แก้ Hotmail โดน block ได้เมล์คืนแน่นอน

ที่มา : http://www.mict.go.th/ewt_news.php?nid=5703&filename=index

แล็ปท็อปเรียก”คอมพ์วางตัก” แล้วแท็บเล็ตควรเรียกอะไร

กรณีศาสตราจารย์กิติคุณ ดร.กาญจนา นาคสกุล ราชบัณฑิตผู้เชี่ยวชาญภาษาและวรรณคดีไทยให้ความเห็นว่า สื่อมวลชนและบุคคลสาธารณะควรเป็นตัวอย่างที่ดีในการใช้คำศัพท์ตาม หนังสือ ศัพท์คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่ราชบัณฑิตสถานได้รวบรวมไว้เพื่อใช้อ้างอิง เช่น อีเมล ให้ใช้เป็นไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์, เน็ตเวิร์ก ให้ใช้ เครือข่าย, เสิร์ช ให้ใช้ ค้นหา และที่โดดเด่นที่สุดคือ แล็ปท็อป ให้ใช้เป็นคำว่า “คอมพิวเตอร์วางตัก” แทน

ถามว่า ถ้าคำว่าแล็ปท็อปให้เรียกว่า “คอมพ์วางตัก” แล้วคำว่าแท็บเล็ต (tablet Computer) เราคนไทยควรจะเรียกว่าอะไรดี

การ บัญญัติศัพท์ laptop ว่าคอมพิวเตอร์วางตักนั้นถือว่าสมเหตุสมผล เพราะคำว่า lap นั้นแปลว่าหน้าตัก ส่วน top นั้นแปลว่าบน ถือว่าตรงตัวและเหมาะสมเข้าใจได้ตามที่ต่างชาติบัญญัติขึ้น แต่ สำหรับคำว่า tablet ซึ่งพจนานุกรมภาษาอังกฤษ-ไทย ของ ศ.ดร. วิทย์ เที่ยงบูรณธรรม อธิบายความหมายไว้ว่า “ยาเม็ดแบน, ป้าย, แผ่นจารึก, แผ่นหนังสือ, แผ่นเหล็ก, ก้อนแบน” ดูเหมือนว่าจะค่อนข้างประหลาดหากราชบัณฑิตฯจะบัญญัติศัพท์ที่ตรงตัวกับความ หมาย เช่น คอมพิวเตอร์แผ่นเหล็ก หรือคอมพิวเตอร์ก้อนแบน เป็นต้น

ประเด็น นี้เชื่อว่าหลายคนจับตาดูกันสนุก สนาน ว่าราชบัญฑิตจะประกาศศัพท์ใดออกมาสำหรับแท็บเล็ต หรือจะมีความเป็นไปได้ที่ราชบัณฑิตจะกำหนดให้แท็บเล็ตถูกเรียกทับศัพท์ว่า แท็บเล็ตต่อไป ที่ผ่านมา คำที่ราชบัญฑิตกำหนดให้เรียกทับศัพท์นั้นมีมากมาย เช่น internet (อินเทอร์เน็ต) digital (ดิจิทัล) graphic (กราฟิก) click (คลิก) mouse (เมาส์) electronics (อิเล็กทรอนิกส์) web site (เว็บไซต์) script (สคริปต์) software (ซอฟต์แวร์) browser (เบราว์เซอร์) bandwidth (แบนด์วิดท์) supercomputer (ซูเปอร์คอมพิวเตอร์) ซึ่งทุกคำล้วนสื่อความหมายที่เข้าใจง่าย  ผิดกับคำอีกมากที่ราชบัณฑิตกำหนดไว้แต่ไม่มีใครนิยมใช้ เช่นคำว่า Scanner ราชบัณฑิตยสถานบัญญัติไว้ว่า เครื่องกวาดตรวจ แต่นิยมใช้คำทับศัพท์มากกว่า, Smart card ราชบัณฑิตยสถานบัญญัติไว้ว่า บัตรเก่ง แต่นิยมใช้คำทับศัพท์ว่า สมาร์ทการ์ด ยังมีคำว่า Icon ราชบัณฑิตยสถานบัญญัติไว้ว่า สัญรูป แต่นิยมใช้คำทับศัพท์ว่า ไอคอน และ Protocol ราชบัณฑิตยสถานบัญญัติไว้ว่า เกณฑ์วิธี แต่คำทับศัพท์ว่า โพรโทคอล นั้นเข้าใจได้ง่ายกว่า

อย่าง ไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าการบัญญัติศัพท์เทคโนโลยีและคอมพิวเตอร์ของราชบัณฑิตนั้นมี ความท้าทายอย่างมาก โดยเฉพาะหลังจากราชบัณฑิตฯถูกชาวออนไลน์เข้าใจผิดเพราะฟอร์เวิร์ดเมล (จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ที่ส่งต่อกันมา) ซึ่งกล่าวหาว่าราชบัญฑิตฯบัญญัติศัพท์คำ hardware ว่า”กระด้างภัณฑ์” ราชบัญฑิตระบุว่าตลอดว่าไม่จริง ศัพท์บัญญัติที่ถูกต้องคือ “ส่วนเครื่อง” และ “ส่วนอุปกรณ์” ต่างหาก เช่นเดียวกับคำว่า software ราชบัณฑิตยสถานไม่เคยบัญญัติว่า ละมุนภัณฑ์ แต่ศัพท์บัญญัติที่ถูกต้องคือ ส่วนชุดคำสั่งหรือคำว่า joystick คนเข้าใจผิดว่าราชบัณฑิตยสถานบัญญัติว่า แท่งหรรษา แต่ศัพท์บัญญัติที่ถูกต้อง คือ ก้านควบคุม และคำว่า pop-up menu คนเข้าใจผิดว่าราชบัณฑิตยสถานบัญญัติว่า เมนูโผล่ แต่ศัพท์บัญญัติที่ถูกต้อง คือ รายการเลือกแบบผุดขึ้น เช่นเดียวกับ pop-up window ราชบัณฑิตยสถานไม่ได้บัญญัติว่า หน้าต่างโผล่ แต่บัญญัติว่า หน้าต่างแบบผุดขึ้น หรือวินโดว์แบบผุด รวมถึงคำว่า Windows ก็ไม่ได้ถูกบัญญัติว่า พหุบัญชร แต่บัญญัติไว้ทับศัพท์เลยคือ วินโดวส์

ว่าแล้วคนไทยมาช่วยกันคิดดีกว่า ว่าจะเรียกแท็บเล็ตคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีรูปทรงละม้ายคล้ายกระดานชนวนที่สุนทรภู่เคยใช้งานว่าอะไรกันดี

ที่มา : http://www.mict.go.th/ewt_news.php?nid=5728&filename=index

 

แท็บเล็ตคืออะไร

แท็บเล็ตคืออะไร

แท็บเล็ท (Tablet)

ซึ่งเป็นเทคโนโลยีระบบคอมพิวเตอร์ที่ให้คุณสามารถพกติดตัวได้โดยวัตถุประสงค์เพื่อทดแทนสมุดหรือกระดาษ
“แท็บเล็ต – Tablet” ในความหมายแท้จริงแล้วก็คือแผ่นจารึกที่เอาไว้บันทึกข้อความต่างๆโดยการ เขียน (อาจจะเป็นกระดาษ, ดิน, ขี้ผื้ง, ไม้, หินชนวน) และมีการใช้กันมานานแล้วในอดีต แต่ในปัจจุบันมีการพัฒนาคอมพิวเตอร์ที่ใช้แนวคิดนี้ขึ้นมาแทนที่ซึ่งมีหลาย บริษัทได้ให้คำนิยามที่แตกต่างกันไป หลักๆแล้วก็มี 2 ความหมายด้วยกันคือ “แท็บเล็ต พีซี – Tablet PC (Tablet Personal Computer)” และ “แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ – Tablet Computer” หรือเรียกสั้นๆว่า “แท็บเล็ต – Tablet”
 
ในปัจจุบันถูกพัฒนาให้มีความสามารถใกล้ เคียงเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คเลยทีเดียว เครื่องแท็บเล็ตพีซี มีขนาดไม่ใหญ่มากสามารถถือได้ด้วยมือเดียวและน้ำหนักเบากว่าเครื่อง คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค

แท็บเล็ต พีซี – Tablet PC (Tablet personal computer)

“แท็บเล็ต พีซี – Tablet PC (Tablet personal computer)” คือ “เครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่สามารถพกพาได้และใช้หน้าจอสัมผัสในการทำงาน เป็นอันดับแรก ออกแบบให้สามารถทำงานได้ด้วยตัวมันเอง” ซึ่งเป็นแนวคิดที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากหลังจากทาง Microsoft ได้ทำการเปิดตัว Microsoft Tablet PC ในปี 2001 แต่หลังจากนั้นก็เงียบหายไปและไม่เป็นที่นิยมมากนัก “แท็บเล็ต พีซี – Tablet PC” ไม่เหมือนกับคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะหรือ Laptops ตรงที่อาจจะไม่มีแป้นพิมพ์ในการใช้งาน แต่อาจจะใช้แป้นพิมพ์เสมือนจริงในการใช้งานแทน (มีแป้นพิมพ์ปรากฎบนหน้าจอใช้การสัมผัสในการพิมพ์) “แท็บเล็ต พีซี – Tablet PC” ทุกเครื่องจะมีอุปกรณ์ไร้สายสำหรับการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตและระบบเครือ ข่ายภายใน

แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ – Tablet Computer หรือ แท็บเล็ต – Tablet

“แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ – Tablet Computer” หรือเรียกสั้นๆว่า “แท็บเล็ต – Tablet” คือ “เครื่องคอมพิวเตอร์ที่สามารถใช้ในขณะเคลื่อนที่ได้ขนาดกลางและใช้หน้าจอ สัมผัสในการทำงานเป็นอันดับแรก มีคีย์บอร์ดเสมือนจริงหรือปากกาดิจิตอลในการใช้งานแทนที่แป้นพิมพ์คีย์บอร์ด และมีความหมายครอบคลุมถึงโน๊คบุ๊คแบบ convertible ที่มีหน้าจอแบบสัมผัสและมีแป้นพิมพ์คีย์บอร์ดติดมาด้วยไม่ว่าจะเป็นแบบหมุน หรือแบบสไลด์ก็ตาม” ซึ่งทางบริษัท Apple ผู้ผลิต “ไอแพด – iPad” ได้เรียกอุปกรณ์ของตัวเองว่าเป็น “แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ – Tablet Computer” เครื่องแรก
 

ความแตกต่างระหว่าง “แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ – Tablet computer” และ “แท็บเล็ต พีซี – Tablet PC”

เริ่มแรก “แท็บเล็ต พีซี – Tablet PC” จะใช้หน่วยประมวลผลกลางหรือ CPU ที่ใช้สถาปัตยกรรม x86 ของ Intel เป็นพื้นฐานและมีการปรับแต่งนำเอาระบบปฏิบัติการหรือ OS ของเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลหรือ Personal Computer – PC มาทำให้สามารถใช้การสัมผัสในการทำงานได้ ตัวอย่างเช่น Windows 7 หรือ Ubuntu Linux แทนที่จะใช้แป้นพิมพ์คีย์บอร์ดหรือเมาส์ และเนื่องจากเป็นการรวมกันระหว่างระบบปฏิบัติการ Windows และหน่วยประมวลผลกลางหรือ CPU ของ Intel ทำให้มีคนเรียกกันว่า “Wintel”
 
ต่อมาในปี 2010 ได้เกิดแท็บเล็ตที่แตกต่างจาก “แท็บเล็ต พีซี – Tablet PC” ขึ้นมาโดยไม่มีการยึดติดกับ Wintel แต่ไปใช้ระบบปฏิบัติการของโทรศัพท์เคลื่อนที่แทนนั่นก็คือ “แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ – Tablet Computer หรือเรียกสั้นๆว่า แท็บเล็ต – Tablet” ซึ่งจะใช้หน้าจอแบบ capacitive แทนที่ resistive ทำให้สามารถสัมผัสโดยการใช้นิ้วได้โดยตรงและสัมผัสพร้อมกันทีละหลายจุดได้ หรือ multi-touch ประกอบกับการใช้หน่วยประมวลผลกลางหรือ CPU ที่ใช้สถาปัตยกรรม ARM แทนซึ่งสถาปัตยกรรม ARM นี้ทำให้แท็บเล็ตนั้นมีการใช้งานได้ยาวนานกว่าสถาปัตยกรรม x86 ของ Intel หลายๆคนคงจะรู้จักแท็บเล็ตตัวนี้กันเป็นอย่างดีนั้นก็คือ ไอแพด (iPad) นั้นเอง
 

Post-PC operating systems

ในปัจจุบันมีความนิยมในการใช้งาน Tablet สูงขึ้นเรื่อยๆทำให้เกิดการแข่งขันและการพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับ tablet ขึ้นมาเฉพาะโดยไม่ได้ตามเทคโนโลยีของ PC หรือ PDA เหมือนในอดีต ไม่ว่าจะเป็น สถาปัตยกรรมด้าน Hardware หรือ Software ต่างมีผู้ผลิต OS (Operating System) ของตนเองมาแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็น ค่าย Windows เองก็พยายามจะรักษาตลาดเดิมของ PocketPC เอาไว้ นอกจากนี้ Apple ผู้ผลิต iPad ซึ่งเป็นผู้ที่สร้างแรงกระตุ้นให้เกิดการใช้งาน Tablat อย่างแพร่หลายในปัจจุบัน ก็มี iOS ที่พัฒนาสำหรับ Tablat โดยเฉพาะและมีจุดแข็งในการผลิตฮาร์ดแวร์เองทำให้ OS สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ นอกจากนี้คู่แข่งสำคัญอย่าง Google ก็มี Android OS ที่มีจุดแข็งในการเปิดให้ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์อื่นๆ สามารถนำ Android OS ไปใช้ได้กับฮาร์ดแวร์ของตน นอกจากนี้ก็ยังมีผู้ผลิตหลายราย ที่พยายามสร้าง OS ของตนขึ้นมาเพื่อใช้งานกับ Tablat ของตนเอง เช่น Blacberry Tablet OS ที่อิงระบบ QNX หรือ HP ที่พยายามสร้าง webOS เข้ามาแย่งส่วนแบ่งการตลาด แต่ทำไม่สำเร็จ
อย่างไรก็ตาม Tablat ยังมีการพัฒนาอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ในอนาคต Tablat จะเป็นมากกว่ากระดานชนวนอิเล็กทรอนิกส์ แต่จะบรรจุเทคโนโลยีมากมาย อีกทั้งความสามารถด้านการเชื่อมต่อระบบเครือข่ายได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ความสามารถของ Tablat เปิดกว้างมายิ่งขึ้นที่มา : http://www.mict.go.th/ewt_news.php?nid=5282&filename=index

ประวัติความเป็นมา วันแม่

พจนานุกรมฉบับบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๒๕ ได้ให้ความหมายของคำว่า “แม่” ไว้ดังนี้
แม่ หมายถึง หญิงในฐานะที่เป็นผู้ให้กำเนิดแก่ลูก, คำที่ลูกเรียกหญิงผู้ให้กำเนิดตน พุทธศาสนา ได้ให้ความหมายของคำว่า “แม่” ซึ่งหมายถึง หญิงที่มีครอบครัวไว้หลายนัย เช่น

  1. แม่ บางทีเรียกว่า มารดา มารดร หมายถึง เป็นใหญ่ เช่น แม่ทัพ แม่น้ำ แม่กอง เป็นต้น อันแสดงถึงความยิ่งใหญ่ภายในกิจการนั้นๆ ในที่นี้มาใช้กับผู้ให้กำเนิดแก่ลูกและหาตัวแทนไม่ได้
    – หญิงในฐานะผู้ให้กำเนิดแก่ลูก และหาตัวแทนไม่ได้
    – คำที่ลูกเรียกหญิงผู้ให้กำเนิดตน
    – คนที่เป็นหัวหน้า หรือเป็นนาย โดยไม่จำกัดว่าเป็นชายหรือหญิง เช่น แม่ทัพ แม่กอง ฯลฯ
    รวมความแล้ว “แม่” คือ ผู้รับผิดชอบต่อหน้าที่ของตน โดยการรับผิดชอบนั้นมีขอบเขตภายในบ้านเรือน
  1. ชนนี หมายถึง ผู้ให้กำเนิดลูก, เป็นที่บังเกิดเกล้าของลูก
  1. ภรรยา หรือภริยา หมายถึง
    – เมีย หรือ หญิงผู้เป็นคู่ครองของชาย
    – ผู้เลี้ยง หรือผู้ดูแลสมาชิกของครอบครัว

ชาวอเมริกัน เป็นผู้กำหนดให้มีวันแม่อย่างเป็นทางการขึ้น และผู้ที่พยายามเรียกร้องให้มีวันแม่ในอเมริกา คือ แอนนา เอ็ม. จาร์วิส คุณครูแห่งรัฐฟิลาเดลเฟีย แต่กว่าเธอจะประสบความสำเร็จก็ครบ 2 ปีพอดีในปี ค.ศ.1914 (พ.ศ. 2457) โดยประธานาธิบดี วูดโรว์ วิลสัน ได้มีคำสั่งให้ถือวันอาทิตย์ที่ 2 ของเดือนพฤษภาคมเป็นวันแม่แห่งชาติ และดอกไม้สำหรับวันแม่ของชาวอเมริกันก็คือดอกคาร์เนชั่น ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือถ้าแม่ยังมีชีวิตอยู่ให้ประดับตกแต่งบ้านหรือประตูด้วยดอกคาร์เนชั่นสี ชมพู แต่ถ้าแม่ถึงแก่กรรมไปแล้วให้ประดับด้วยดอกคาร์เนชั่นสีขาว

สำหรับ ในประเทศไทยนั้นมีการจัดงานวันแม่ขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2486 ณ.สวนอัมพร โดยมีกระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้จัดงาน แต่เนื่องจากช่วงนั้นเป็นช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 งานวันแม่ในปีต่อมาจึงต้องงดไปโดยปริยาย หลังจากผ่านพ้นวิกฤติสงครามไปแล้ว หลายหน่วยงานได้พยายามรื้อฟื้นให้มีวันแม่ขึ้นมาอีก แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร และมีการเปลี่ยนกำหนดวันแม่ไปหลายครั้ง แต่กำหนดวันแม่ที่ประชาชนนิยม และเป็นที่รับรองของรัฐบาล คือวันที่ 15 เมษายน โดยเริ่มจัดมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2493 กำหนดงานวันแม่ในวันนี้ยังดำเนินต่อมาอีกหลายปี ก็ต้องมาหยุดชะงักลงอีก ด้วยเหตุผลที่ว่าสภาวัฒนธรรมแห่งชาติผู้จัดงานวันแม่ขาดผู้สนับสนุนซึ่งก็ คือกระทรวงวัฒนธรรมที่ถูกยุบไปนั่นเอง

ต่อมาสมาคมครูคาทอลิกแห่งประเทศไทยเห็นว่าควรมีการจัดงานวันแม่ต่อไป จึงได้รื้อฟื้นงานวันแม่ขึ้นมาอีก และได้กำหนดให้จัดงานวันแม่ คือวันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2515 แต่จัดได้เพียงปีเดียวก็เลิกไป จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2519 คณะกรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์เห็นว่าควรกำหนดวันแม่ให้แน่นอนเสียที จึงได้กำหนดวันแม่ใหม่โดยให้ถือว่าวันเสด็จพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ วันที่ 12 สิงหาคม เป็นวันแม่แห่งชาติ และ กำหนดให้ดอกมะลิเป็นดอกไม้สัญลักษณ์ของวันแม่ตั้งแต่นั้นมา

เหตุผล ที่ให้ดอกมะลิ เป็นดอกไม้สัญลักษณ์ของวันแม่ ก็เนื่องจาก ดอกมะลิเป็นดอกไม้ที่มีสีขาวบริสุทธิ์ ส่งกลิ่นหอมไปไกลและหอมได้นาน อีกทั้งยังออกดอกได้ตลอดทั้งปี เปรียบได้กับความรักอันบริสุทธิ์ของแม่ที่มีต่อลูกไม่มีวันเสื่อมคลาย…
อย่างคำประพันธ์บทดอกสร้อยชื่อ แม่จ๋า ของท่านผู้หญิงสมโรจน์ สวัสดิกุล ณ อยุธยา ที่ว่า

ดอกเอ๋ยดอกมะลิ
ถึงยามผลิกลิ่นพราวสกาวต้น
สดสะอาดปราศสีราคีระคน
เหมือนกมลใสสดหมดระคาย
กลิ่นมะลิหอมกระไรไม่รู้สร่าง
เปรียบได้อย่างรักแท้ไม่แปรหาย
อันรักแท้แลหัวใจได้บรรยาย
ขอเชิญทาย ณ ที่ไหนจากใครเอย

ที่มา : http://campus.sanook.com/u_life/knowledge_01819.php